Page 136 - PWA_2023_Annual_Report
P. 136
134 การประปาส่วนภูมิภาค รายงานประจำาปี 2566
1.6 นโยบายป้องกันความขัดแย้งที่างผลประโยชน ์
ั
�
กปภ. ให้ความสำาคญกบการป้องกนการทจรตและ CONFLICT OF INTEREST
ิ
ุ
ั
ั
�
ประพฤติมิชอบ โดยกาหนดทิศทางในการป้องกันการทุจริต
ี
่
ทสำอดคล้องกับสำถานการณ์ทางสำังคม เศรษฐกิจ ไว้ในนโยบาย
และยุทธศาสำตร์ขององค์กร เช่น นโยบายการต่อต้านการทุจริต
�
ี
และคอร์รัปชัน นโยบายการกากับดูแลกิจการท่ดี และประมวล
ั
จริยธรรมและจรรยาบรรณ เป็นต้น รวมท้ำงสำ่งเสำริมให้ ผิลประโยชน ์ ผิลประโยชน ์
คณะกรรมการ ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน ปฏิบัติงานด้วย ส่วนต่ัว ส่วนรวม
ึ
ความซ่อสำัตย์ สำุจริต มีคุณธรรม และความโปร่งใสำ ซ่งการสำร้าง
ื
ี
ความรู้ความเข้าใจเก่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งทาง
ื
�
ผลประโยชน์ หรือการเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) เป็นหนึ่งในกลไกสำาคัญ เพ่อให้บุคลากรทุกระดับ
�
สำามารถแยกแยะผลประโยชน์สำ่วนบุคคลออกจากผลประโยชน์สำ่วนรวม ไม่กระทาละเมิดต่อกฎหมายและจริยธรรม และ
�
้ำ
�
ไม่ใช้อานาจในตาแหน่งหน้าที่แสำวงหาประโยชน์สำ่วนบุคคล โดยไม่คานึงถึงผลประโยชน์ของสำ่วนรวม รวมทังได้ดาเนินมาตรการ
�
�
ื
ป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างต่อเน่อง โดยคณะกรรมการ ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานต้องรายงานความขัดแย้ง
�
ทางผลประโยชน์ต่อผู้กากับดูแล หรือผู้บังคับบัญชาตามแนวทางที่กาหนดโดยเคร่งครัด
�
่�
แนวที่างปฏิบัต่ิเกยวกับความขัดูแย้งที่างผิลประโยชน์สำาหรับคณะกรรมการ
ี
ึ
ี
ั
ื
คณะกรรมการ กปภ. มีบทบาทหน้าท่ในการพิจารณาหรือวินิจฉัยสำ่งการในเร่องต่าง ๆ ซ่งอาจมีประเด็นเก่ยวข้องกับ
ประโยชน์สำ่วนตัวและประโยชน์ของ กปภ. รวมอยู่ด้วย คณะกรรมการ กปภ. จึงได้กาหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัต ิ
�
เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์สำ�าหรับคณะกรรมการ โดยสำรุปได้ดังนี ้ำ
ั
ี
ั
• กรณีไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้กรรมการรับรองตนเองภายใน 30 วัน นับต้ำงแต่วันท่ได้รับการแต่งต้ำง
และภายในเดือนตุลาคมของทุกปีงบประมาณ
• กรณีมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หากกรรมการ คู่สำมรสำ หรือบุคคลในครอบครัว (หมายรวมถึงคู่สำมรสำ บุตร บิดา
ี
มารดา พ่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน) ม หรือเกิดสำถานการณ์ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ข้ำน
ี
ึ
ื
้ำ
ั
�
ให้รายงานโดยทันทีต่อผู้บังคับบัญชาตามลาดับชน เพ่อพิจารณาวินิจฉัย/สำั่งการต่อไป
่
�
่
โดยถือวาการกระทาหรือกรณีดังตอไปนีถือเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์
้ำ
(1) การใช้ข้อมูลของ กปภ. เพื่อแสำวงหาประโยชน์ให้ตนเองหรือผู้อื่น
�
ี
่
ี
ี
ู
(2) เป็นค่สำัญญาหรือมสำ่วนได้สำ่วนเสำียในสำัญญาททากับ กปภ. หรือประกอบกิจการท่มลักษณะเป็นการแข่งขัน
ี
�
กับ กปภ. ซ่งทาให้ผลประโยชน์ของกรรมการขัดหรือแย้งกับผลประโยชน์ของ กปภ. หรือกระทบต่อการใช้ดุลพินิจตัดสำินใจ
ึ
ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการในฐานะคณะกรรมการของ กปภ.
�
(3) การด�ารงตาแหน่งกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ ผู้ถือหุ้นสำาคัญ ที่ปรึกษา ตัวแทน พนักงานหรือลูกจ้าง ในธุรกิจ
�
ของเอกชนซ่งอยู่ภายใต้การก�ากับดูแล ควบคุม หรือตรวจสำอบของ กปภ. ซ่งท�าให้ผลประโยชน์ของกรรมการขัดหรือแย้งกับ
ึ
ึ
ผลประโยชน์ของ กปภ. หรือกระทบต่อการใช้ดุลพินิจตัดสำินใจในการปฏิบัติหน้าท่ของกรรมการ ในฐานะคณะกรรมการของ
ี
�
�
กปภ. เว้นแต่การดารงตาแหน่งที่ กปภ. มอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร
�
โดยให้ถือว่าการกระทาในข้อ (1) (2) และ (3) ของคู่สำมรสำของกรรมการ เป็นการกระทาของกรรมการด้วย
�
้ำ
้ำ
้ำ
�
้ำ
ทังนี คณะกรรมการ กปภ. ต้องรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต่อผู้บังคับบัญชาตามลาดับชัน ดังนี
(1) ประธานกรรมการรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
(2) กรรมการรายงานต่อประธานกรรมการ เพื่อรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต่อไป

