Page 20 - จามจุรี_สื่อเชื่อมสายใย น้ำใจน้องพี่ ปีที่ 23
P. 20
ั
ิ
ตามต้องการคือ ผลกระทบทางบวกต่อเศรษฐกิจและสังคม “CU Innovation Hub อยู่ฝั่งมหาวทยาลยท�าหน้าที ่
ขณะเดียวกัน เราได้งานวิจัยที่มีคุณภาพและมีความหมาย บ่มเพาะและช่วยประสานงานกับทางภาครัฐบาล ช่วยหาทุนระดมทุน
เราได้การเรียนการสอนที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด เพราะว่าเด็ก มาสนับสนุนด้านทุนวิจัยจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น NIA
�
�
ได้เรียนจากของจริง ได้เรียนจากนวัตกรรมจริงๆ และเราก็มี สานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และ BOI สานักงานคณะกรรมการ
ั
่
ั
่
Innovation หรือวาค�าตอบใหม่ๆ กบโจทย์ท้าทายใหม่ๆ ทีสงคม ส่งเสริมการลงทุน เป็นต้น ส่วนทาง CU Enterprise ท�าหน้าที่
�
กาลังเผชิญ ไม่ว่าโจทย์เรื่อง โควิด โจทย์เรื่องของ Climate Change Accelerate หรือเร่งการเติบโตและท�าหน้าที่ร่วมลงทุน
หรือว่าโจทย์ทางด้านเศรษฐกิจ เช่น ประเทศไทยตอนนี้เราเน้น สองหน่วยงานนี้ท�างานคู่กัน”
เรื่อง BCG คือ Bio-Circular-Green Economy เป็นต้น” “CU Enterprise เป็นเหมือนสตาร์ตอัป สตูดิโอ คือ
ตอนที่เกิดบริษัทแล้ว CU Enterprise ช่วยเร่งการจัดการ
ต้องท�าใจใหญ่
และจัดให้พบเจอกับนักลงทุน Venture Capital หรือ VC
ในส่วนของนวัตกรรมนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐชา
ี
เพ่อท่จะให้นักลงทุนได้มีโอกาสมาฟังไอเดียของแผนธุรกิจ
ื
กล่าวว่า
ถ้านักลงทุนสนใจก็จะร่วมลงทุนกับสตาร์ตอัปนั้นๆ เช่น
“เราตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2567 จะต้องสร้างสตาร์ตอัป
บริษัท Mineed Technology จ�ากัด เปิดตัวแผ่นแปะส่งมอบยา
หรือว่าธุรกิจนวัตกรรมที่มาจากงานวิจัยของอาจารย์ให้มีมูลค่า
เข้าร่างกาย ซึ่ง Mineed นั้นมีสิทธิบัตรระดับโลก ใช้เทคโนโลยี
ตลาดรวมประมาณ 50,000 ล้านบาท ปัจจุบันมูลค่าตลาดรวม
Micro Needle เป็นแผ่นแปะเข็มระดับไมโครชนิดละลายได้
เราอยู่ที่ราว 18,600 ล้านบาท เรามีสตาร์ตอัปอยู่ในพอร์ต
Detachable Dissolvable Microneedles เราก็ได้เชิญ VC มาฟัง
่
300 กว่าทีม เราตั้งเป้าการเติบโตไว้ปีละไม่ต�ากว่า 10,000 ล้านบาท
เขาก็ชอบมาก ซึ่งสามารถระดมทุนได้เกิน 80 ล้านบาท เป็นซี่รี่ย์ A
แต่ว่าภายในปี 2567 ควรท�าให้ได้ยอดรวม 50,000 ล้านบาท”
ไปแล้ว และในอนาคตบริษัทนี้มีแผนการไประดมทุนที่อเมริกา
การเติบโตนี้มาจากนวัตกรรมใหม่ Spin off ใหม่ และ
ธุรกิจสตาร์ตอัปในเครือจุฬาฯ เอง ดร.ศันธยา กล่าวถึงหน่วยงาน ด้วย” ดร.ศันธยา ยกตัวอย่างธุรกิจสตาร์ตอัปที่ได้โอกาสเติบโต
�
อย่างรวดเร็ว และได้กล่าวถึงความสาคัญของจุดเริ่มต้นว่า
ี
ของจุฬาฯ ที่เก่ยวข้องกับนวัตกรรมและ Spin off โดยตรง
นั่นคือ CU Innovation Hub และ CU Enterprise ว่า
VC กับธุรกิจสตาร์ตอัป
ในเมืองไทย
สภาวการณ์ของ Venture Capital กบ
ั
ธุรกิจสตาร์ตอัปในประเทศไทยเป็นอย่างไร
ดร.ศันธยา เล่าให้ฟังว่า
“Venture Capital ที่ลงทุนกับสตาร์ตอัป
ในเมืองไทย มักจะลงในช่วงหลัง ไม่ได้ลงในช่วง
ั
่
Idea State หรือช่วงเริมต้น เขามักลงในระดบ
ที่แน่ใจแล้ว และเริ่มเห็นของออกมาแล้ว ดังนั้นในช่วง
ตั้งตัวสตาร์ตอัปเมืองไทย จึงต้องลงทุนด้วยตนเอง
หรือหา angel คนมาช่วยในระดับหนึ่ง VC ประเทศไทยนั้นลงใน Later Stage ในประเทศไทยมี VC ที่มาลงทุนกับสตาร์ตอัปในช่วง
Idea Stage น้อยมาก”
�
ในเรื่องนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐชา กล่าวว่า “เราควบคุมไม่ได้ ประเทศที่ประสบความสาเร็จกับสตาร์ตอัปมาก เพราะ
Early Stage VC เขาเยอะ คือมีทุนพร้อมเจ๊งเยอะ คือทุนที่เราเรียกว่าทุนกล้าเสี่ยง เพราะปกติแล้ว Early Stage ตาย 9 รอด 1
หรืออาจจะน้อยกว่านั้นอีก อาจจะตายหมดก็ได้ เพราะฉะนั้น Early Stage จะหาคนลงทุนยากมาก ซึ่งเมืองไทยก็ไม่ค่อยมีด้วย
นี่คือประเด็นปัญหา”
“ดังนั้นพ่ๆ นิสิตเก่าจึงเข้ามารับท�า CUTE Team คือ Chulalongkorn University for Thailand Excellence ของ
ี
็
้
สมาคมนิสิตเก่าจุฬา และพ่ๆ บอกว่าพร้อมจะลงทุนถ้าน้องๆ มีความตั้งใจจริง นัดเสนองานกบเดกๆ ใน iHUB ถ้าน้องคนนี Work
ี
ั
ก็ลงทุนให้ ไปทดลองท�าธุรกิจก่อน ถือว่าจุฬาฯ โชคดีมากที่มีนิสิตเก่าเป็น Early Stage VC พร้อมลงเงินในช่วงที่เส่ยงที่สุด
ี
ที่อาจลงเงินไปแล้วหายไปกับแม่น�้าเลย ลงไปล้านหนึ่งอาจไม่ได้รีเทิร์นเลยก็ได้ แต่พี่บอกพี่ต้องการที่จะให้น้องได้มีโอกาสทดลอง”
ทางออกท่เริ่มท�าในเรื่องนี้คือ การ Attract International VC ซ่ง รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐชา กล่าวว่าได้เริ่มดาเนินการ
ึ
ี
�
และมีการตอบรับมาบ้างแล้ว
18 จามจุรี

